น้ำสลัดผลไม้มา 4 สูตรด้วยกันเลยทีเดียว เรามาประเดิม
สูตรแรกกันด้วย... =^-^= น้ำสลัดแครอท =^-^=
ส่วนผสม 1. ไข่แดง2 ฟอง
2. เกลือไทย 2 ช้อนชา (ปาดพอดีช้อน ไม่กดเกลือ)
3. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
4. มัสตาร์ด1 ช้อนชา
5. น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำส้มสายชูหรือมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันสลัด 1 ถ้วยตวง
8. น้ำแครอท 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. แยกไข่ขาวกับไข่แดง โดยให้ไข่แดงที่แยกไว้ไม่มีส่วนผสมไข่ขาวเหลืออยู่
2. ผสมเครื่องปรุงรสเข้าด้วยกัน ได้แก่ เกลือไทย พริกไทยป่น น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และน้ำแครอทคนให้ละลาย แล้วพักไว้
3. ตีไข่แดงให้ขาวฟู ใส่มัสตาร์ด หยดน้ำมันพืชลงทีละน้อย (ประมาณ 2-3 หยด) ลงในส่วนผสม โดยตีส่วนผสมให้เข้ากันจนส่วนผสมแข็งตัว จึงใส่น้ำมันพืชเพิ่มขึ้นจนหมด * ถ้าต้องการให้น้ำสลัดมีรสหวาน ละลายน้ำตาลทรายกับน้ำส้มสายชูให้เข้ากัน หยดน้ำปรุงรสลงในส่วนผสมจนหมด ชิมรสตามชอบ เก็บในตู้เย็นใช้ได้หลายวันทีเดียวเลยค่ะ o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o =^-^=
น้ำสลัดมะเขือเทศ =^-^=
ส่วนผสม 1. ไข่ไก่ทั้งฟอง1 ฟอง
2. น้ำตาลทราย1/2 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
3. เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ
4. เกลือไทย 2 ช้อนชา
5. น้ำส้มสายชู 5% 5 ช้อนโต๊ะ
6. พริกไทยป่น1 ช้อนชา
7. มัสตาร์ด1/2 ช้อนชา
8. น้ำมันสลัดหรือน้ำมันพืช1 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยกเว้นน้ำมันพืชไม่ต้องใส่
2. เปิดเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี ประมาณ 3-5 นาที ค่อยเติมน้ำมันพืช 1 ถ้วยลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนหมดปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันดี ประมาณ 5 นาที
3. เทส่วนผสมที่เข้ากันใส่ลงในภาชนะ เก็บใส่ตู้เย็น o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o =^-^=
น้ำสลัดฟักทอง =^-^=
ส่วนผสม
1. ฟักทองนึ่งสุก.50 กรัม
2. ไข่แดงดิบ1 ฟอง
3. เกลือไทย1/2 ช้อนชา (ปาดพอดีช้อน ไม่กดเกลือ) 4. พริกไทยป่น.............................. 1 ช้อนชา 5. มัสตาร์ด1 ช้อนชา
6. น้ำตาลทราย3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำส้มสายชู 5%2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันพืชหรือน้ำมันสลัด. 1 1/2 ถ้วยตวง
9. หัวหอมใหญ่สับละเอียด1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ผสมเครื่องปรุงรสเข้าด้วยกัน ได้แก่ เกลือไทย พริกไทยป่น น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และมัสตาร์ด คนให้เข้ากัน
2. ยีฟักทองนึ่งสุกให้ละเอียด ใส่ไข่แดงดิบ แล้วคนให้เข้ากัน หยดน้ำมันสลัดลงทีละน้อยคนให้ขึ้นฟู ใส่น้ำปรุงรสสลับกับน้ำมันสลัดจนหมด o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o และสูตรสุดท้ายกับ...=^-^=
น้ำสลัดน้ำส้ม =^-^=
ส่วนผสม
1. น้ำส้ม..................................... 3 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำมันสลัด.............................. 1/4 ถ้วยตวง
3. เกลือไทย................................ 1/2 ช้อนชา
4. หัวหอมใหญ่สับละเอียด........... 2 ช้อนชา
5. มัสตาร์ด.................................. 1/2 ช้อนชา
6. น้ำตาลทราย............................. 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำส้มสายชู 5%........................ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ง่ายๆ กันเลยทีเดียวนะคะ แค่ผสมส่วนผสมทั้งหมด Mix เข้าด้วยกัน ใส่ขวดแล้ว Shake!! ให้เข้ากัน ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ หรือถ้าอยากให้ง่ายกว่านี้ นำส่วนผสมทุกอย่างใส่เครื่องปั่น แล้วปั่นเลย เพียงแค่นี้คุณก็จะได้น้ำสลัดแบบใสรสส้มแล้วล่ะค่ะ ^.^ o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o..........o^-^o
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552
เทคนิคการผัด,ทอด,นึ่ง,ย่าง
การปรุงอาหารด้วยวิธีการผัด ( STIR-FRYING ) : วิธีนี้เป็นวิธีปรุงอาหารที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ถ้าคุณไม่มีกระทะหลุมแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป กระทะแบนสำหรับทอดก็สามารถใช้แทนกันได้ ก่อนการผัดทุกครั้งจะต้องตั้งไฟจนกระทะร้อนได้ที่ก่อนจะใส่วัตถุดิบ (เนื้อสัตว์ หรือ ผัก) ลงไปในกระทะ ในการผัดนั้น นิยมใช้ตะหลิว (ทั้งที่ทำจากโลหะ หรือไม้) เพื่อกลับอาหารในกระทะอย่างรวดเร็ว เมื่ออาหารสุก รีบปรุงรสและนำออกจากกระทะและเสิรฟขณะที่อาหารยังร้อนๆ เนื่องจากขั้นตอนการผัดนั้นมักจะใช้เวลาสั้น วัตถุดิบต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาหารประเภทนั้นจะต้องถูกเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มการผัด ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อทำการผัดอาหารแล้วจะได้อาหารที่สุกพอดี ไม่ไหม้จากการที่ต้องเสียเวลาเตรียมวัตถุดิบอื่นๆขณะที่ผัดอาหาร เคล็ดลับที่สำคัญในการผัดอาหารทะเลนั้น เวลาผัดจะต้องใช้ไฟสูง และผัดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผิวด้านนอกของอาหารทะเลสุก ขณะที่ภายในยังนุ่ม (ปรุงงเกือบสุก - จะได้รสชาติดีที่สุด) อาหารทะเลที่ปรุงสุกเกินไปจะรสชาติไม่อร่อย ผิวแข็ง และกระด้าง
การปรุงอาหารด้วยวิธีการตุ๋น ( STEWING ) : การตุ๋นจะช่วยรักษาคุณประโยชน์ของสารอาหารไว้ได้เกือบครบถ้วน โดยสารอาหารที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ ผักและสมุนไพรต่างๆ จะยังคงอยู่ในน้ำที่ตุ๋นอาหาร เนื้อสัตว์ที่หยาบกระด้างเมื่อผ่านการตุ๋นแล้วจะทำให้เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ในการตุ๋นอาหารโดยทั่วไป เนื้อสัตว์มักจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดใกล้เคียงกัน และเติมน้ำลงไปพอท่วมเนื้อ และใส่ในหม้อต้มปิดด้วยฝาที่สนิท ตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อค่อยๆตุ๋นให้วัตถุดิบภายในสุกอย่างช้าๆ น้ำที่ได้จากการตุ๋นสามารถใช้เสิรฟกับอาหารในลักษณะน้ำราดได้อีกด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการนึ่ง ( STEAMING ) : ในการปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่งนั้น อาหารจะถูกปรุงให้สุกโดยใช้ไอน้ำที่เกิดจากการต้มน้ำภายใต้อาหารนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารจะไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับน้ำที่ต้ม ซึ่งจะส่งผลให้คุณค่าของสารอาหารยังคงอยู่กับอาหารอย่างครบถ้วน และที่สำคัญในการนึ่งนั้นแทบจะไม่ต้องเติมน้ำมันลงไปในการนึ่งเลย ทำให้การนึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการนึ่งอาหารให้รสชาติดีนั้น วัตถุดิบที่ใช้จะต้องสดมากๆ การนึ่งอาหารโดยทั่วไปจะต้องมีจานที่สามารถทนความร้อน (ทำจากเซรามิก, แก้ว, กระเบื้องก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้จานที่ทำจากพลาสติกหรือเมลามีน) และต้องมีซึ้ง (Steamer) โดยใส่น้ำต้มให้เดือดและนำอาหารที่ต้องการนึ่งวางบนจานทนความร้อนและใส่เข้าไปในซึ้ง และปิดฝาให้สนิท
การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด ( DEEP FRYING ) : วิธีการทอดนั้นจะทำให้อาหารสุกโดยการใส่เนื้อสัตว์หรือผักลงไปในน้ำมันที่ตั้งจนร้อน ปริมาณน้ำมันที่ใส่จะต้องมากพอที่จะท่วมอาหารที่จะนำไปทอด การทอดนั้นนิยมทอดในกระทะแบบหลุมหรือกระทะชนิดแบนก็ได้ อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันไม่ร้อน เมื่อใส่อาหารลงไปทอด จะส่งผลให้อาหารอมน้ำมันและไม่น่ารับประทาน ขณะเดียวกันถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป อาหารที่นำไปทอดก็จะไหม้ อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสำหรับการทอดอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส (หรือประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อทอดเสร็จแล้วควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหารที่ทอด ตะแกรงลวดโลหะเป็นที่นิยมใช้ในการสะเด็ดน้ำมัน นอกจากนั้นกระดาษซับน้ำมันก็สามารถใช้ดูดซับน้ำมันออกจากอาหารที่ทอดได้ อาหารที่ผ่านการสะเด็ดน้ำมันเป็นอย่างดีจะช่วยคงความกรอบให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่าง ( GRILLING ) : การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่างนั้น จะนำอาหารที่ต้องการปรุงให้สุก วางไว้บนไฟหรือความร้อน ซึ่งอาจเป็นเตาถ่าน, เตาไฟฟ้า บางครั้งอาจใช้เตาอบ หรือตั้งกระทะไว้บนไฟในการย่างอาหารก็ได้ ในการย่างอาหารไทยนั้น อาหารอาจถูกย่างโดยตรงกับไฟ หรืออาจห่อด้วย ใบไม้หรือฟลอยส์อลูมิเนียม สำหรับใบไม้ที่นิยมใช้นั้นก็มีใบตอง และใบเตย ซึ่งอาหารที่ห่อและนำไปย่างจะมีกลิ่นหอม ชวนน่ารับประทาน การย่างที่ถูกต้องนั้น จะต้องมีการกระจายความร้อนให้ทั่วอาหารเพื่อไม่ให้อาหารไหม้ ดังนั้นการกลับหน้าอาหารจึงมีความจำเป็น เคล็ดลับการย่างเนื้อสัตว์ให้อร่อยต้องย่างให้ผิวภายนอกให้สุก และพยายามให้เนื้อภายในเกือบสุก ด้วยวิธีนี้จะได้เนื้อที่นุ่ม ไม่หยาบกระด้าง และน่าทานเป็นอย่างมาก
การปรุงอาหารด้วยวิธีการตุ๋น ( STEWING ) : การตุ๋นจะช่วยรักษาคุณประโยชน์ของสารอาหารไว้ได้เกือบครบถ้วน โดยสารอาหารที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ ผักและสมุนไพรต่างๆ จะยังคงอยู่ในน้ำที่ตุ๋นอาหาร เนื้อสัตว์ที่หยาบกระด้างเมื่อผ่านการตุ๋นแล้วจะทำให้เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ในการตุ๋นอาหารโดยทั่วไป เนื้อสัตว์มักจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดใกล้เคียงกัน และเติมน้ำลงไปพอท่วมเนื้อ และใส่ในหม้อต้มปิดด้วยฝาที่สนิท ตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อค่อยๆตุ๋นให้วัตถุดิบภายในสุกอย่างช้าๆ น้ำที่ได้จากการตุ๋นสามารถใช้เสิรฟกับอาหารในลักษณะน้ำราดได้อีกด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการนึ่ง ( STEAMING ) : ในการปรุงอาหารด้วยวิธีนึ่งนั้น อาหารจะถูกปรุงให้สุกโดยใช้ไอน้ำที่เกิดจากการต้มน้ำภายใต้อาหารนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารจะไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับน้ำที่ต้ม ซึ่งจะส่งผลให้คุณค่าของสารอาหารยังคงอยู่กับอาหารอย่างครบถ้วน และที่สำคัญในการนึ่งนั้นแทบจะไม่ต้องเติมน้ำมันลงไปในการนึ่งเลย ทำให้การนึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการนึ่งอาหารให้รสชาติดีนั้น วัตถุดิบที่ใช้จะต้องสดมากๆ การนึ่งอาหารโดยทั่วไปจะต้องมีจานที่สามารถทนความร้อน (ทำจากเซรามิก, แก้ว, กระเบื้องก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้จานที่ทำจากพลาสติกหรือเมลามีน) และต้องมีซึ้ง (Steamer) โดยใส่น้ำต้มให้เดือดและนำอาหารที่ต้องการนึ่งวางบนจานทนความร้อนและใส่เข้าไปในซึ้ง และปิดฝาให้สนิท
การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด ( DEEP FRYING ) : วิธีการทอดนั้นจะทำให้อาหารสุกโดยการใส่เนื้อสัตว์หรือผักลงไปในน้ำมันที่ตั้งจนร้อน ปริมาณน้ำมันที่ใส่จะต้องมากพอที่จะท่วมอาหารที่จะนำไปทอด การทอดนั้นนิยมทอดในกระทะแบบหลุมหรือกระทะชนิดแบนก็ได้ อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ในการทอดเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันไม่ร้อน เมื่อใส่อาหารลงไปทอด จะส่งผลให้อาหารอมน้ำมันและไม่น่ารับประทาน ขณะเดียวกันถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป อาหารที่นำไปทอดก็จะไหม้ อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสำหรับการทอดอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส (หรือประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อทอดเสร็จแล้วควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหารที่ทอด ตะแกรงลวดโลหะเป็นที่นิยมใช้ในการสะเด็ดน้ำมัน นอกจากนั้นกระดาษซับน้ำมันก็สามารถใช้ดูดซับน้ำมันออกจากอาหารที่ทอดได้ อาหารที่ผ่านการสะเด็ดน้ำมันเป็นอย่างดีจะช่วยคงความกรอบให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่าง ( GRILLING ) : การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่างนั้น จะนำอาหารที่ต้องการปรุงให้สุก วางไว้บนไฟหรือความร้อน ซึ่งอาจเป็นเตาถ่าน, เตาไฟฟ้า บางครั้งอาจใช้เตาอบ หรือตั้งกระทะไว้บนไฟในการย่างอาหารก็ได้ ในการย่างอาหารไทยนั้น อาหารอาจถูกย่างโดยตรงกับไฟ หรืออาจห่อด้วย ใบไม้หรือฟลอยส์อลูมิเนียม สำหรับใบไม้ที่นิยมใช้นั้นก็มีใบตอง และใบเตย ซึ่งอาหารที่ห่อและนำไปย่างจะมีกลิ่นหอม ชวนน่ารับประทาน การย่างที่ถูกต้องนั้น จะต้องมีการกระจายความร้อนให้ทั่วอาหารเพื่อไม่ให้อาหารไหม้ ดังนั้นการกลับหน้าอาหารจึงมีความจำเป็น เคล็ดลับการย่างเนื้อสัตว์ให้อร่อยต้องย่างให้ผิวภายนอกให้สุก และพยายามให้เนื้อภายในเกือบสุก ด้วยวิธีนี้จะได้เนื้อที่นุ่ม ไม่หยาบกระด้าง และน่าทานเป็นอย่างมาก
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552
ไก่อบเนย
1.ก่อนอื่นต้องไปซื้อไก่..พ่อซื้อจากฟู้ดแลนด์ตัดคอตัดเท้าเอาเครื่องในออกหมดมาถึงก็ล้างให้สะอาดอีกที
2.หมักไก่ด้วยกระเทียมพริกไทยรากผักชีโขลกให้แหลกใส่ซีอิ๊วขาวใส่เนย
3.คลุกๆๆแล้วเอาไปยัดใส่พุงไก่แล้ว ทาๆๆผิวไก่ภายนอกให้ทั่วละลายกาแฟ เอามาทาสลับกับเครื่องหมักเพื่อให้ผิวสีแทนสวย
4.หมักไว้ชั่วโมงนึงเปิดเตาอบ 180 องศาซี ไม้ต้องวอร์มก็ได้ค่ะเอาเข้าอบประมาณ 50 นาที
@@ระหว่างรอ @@
ก็มาทำน้ำจิ้มพริกขี้หนู , กระเทียม , ซีอิ๊วขาว , ซีอิ๊วดำปรุงรสตามชอบ
5.พออบใกล้สุก ประมาณอีก 5 นาทีปิ๊งก็ผักผักบุ้ง (ผัดน้ำมัน ใส่น้ำมันหอยธรรมดา)เอามารองจานไว้ก่อน
6.ไก่สุกแล้ว เอาออกมาวางบนจาน
2.หมักไก่ด้วยกระเทียมพริกไทยรากผักชีโขลกให้แหลกใส่ซีอิ๊วขาวใส่เนย
3.คลุกๆๆแล้วเอาไปยัดใส่พุงไก่แล้ว ทาๆๆผิวไก่ภายนอกให้ทั่วละลายกาแฟ เอามาทาสลับกับเครื่องหมักเพื่อให้ผิวสีแทนสวย
4.หมักไว้ชั่วโมงนึงเปิดเตาอบ 180 องศาซี ไม้ต้องวอร์มก็ได้ค่ะเอาเข้าอบประมาณ 50 นาที
@@ระหว่างรอ @@
ก็มาทำน้ำจิ้มพริกขี้หนู , กระเทียม , ซีอิ๊วขาว , ซีอิ๊วดำปรุงรสตามชอบ
5.พออบใกล้สุก ประมาณอีก 5 นาทีปิ๊งก็ผักผักบุ้ง (ผัดน้ำมัน ใส่น้ำมันหอยธรรมดา)เอามารองจานไว้ก่อน
6.ไก่สุกแล้ว เอาออกมาวางบนจาน
เนื้อลูกวัวราดซ้อสครีมมะนาว

เนื้อลูกวัว 500กรัม
น้ำมะนาว 3 ชต
ดราย เวอเม้าท์ 3 ชต
น้ำมัน 2 ชต
เกลือ
พริกไทยแป้งอเนกประสงค์
ไข่ 2 ฟองขนมปังป่น 1 ถ
ผิวมะนาวขูด 1/2 ชช
ผักชีฝรั่งสับ 2ชต
ไชฟ์หรือต้นหอมส่วนบนสับ
อัลมอนด็ป่น 60 กรัม
เนย 90 กรัม
น้ำมัน 1 ชต สำหรับตอนทอด
ครีม 1/2 ถ
ผักชีฝรั่งสับ 1 ชต
วิธีทำ@@
ทุบเนื้อลูกวัวให้แผ่บางๆ ผสมน้ำมะนาว น้ำมัน เวอร์เม้า เกลือ และพริกไทยเข้าด้วยกัน เทใส่เนื้อลูกวัวเคล้าให้เข้ากัน พักไว้สองชั่วโมงนำเนื้อลูกวัวออกจากชาม เก็บน้ำหมักไว้นำเนื้อลูกวัวมาคลุกกับแป้งอเนกที่ปรุงด้วยเกลือและพริกไทยแล้วจุ่มเนื้อในไข่ตีพอแตก แล้วเคลือบต่อด้วยขนมปังป่นที่ผสมไว้กับผิวมะนาวขูด ผักชีฝรั่ง ไชฟ์หรือต้นหอมสับ และอัลมอนด็ป่น กดให้ขนมปังป่นติดเนื้อแน่นๆตั้งกะทะใส่เนยและน้ำมันนิดนึง นำเนื้อลงทอดให้เหลืองกรอบทั้งสองด้าน สุกแล้วนำออกใส่จานวางรอไว้ในที่อุ่นๆเทน้ำหมักเนื้อที่เหลือใส่กะทะเดิมซึ่งมีเนยร้อนๆอยู่ ใส่ครีมลงไป เดือดแล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ยกกะทะออก ใส่ผักชีฝรั่ง ราดบนเนื้อลูกวัว (สำหรับสี่ที่ ทานคู่กับผักสลัด )
ไก่อบซอสมะเขือเทศ

ส่วนผสม
อกไก่ 300 กรัม
กระเทียม 4-5 กลีบ
รากผักชี 2 ราก
พริกไทย 5-6 เมล็ด
เกลือ นิดหน่อย
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา
วิธีทำ
-โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยและเกลือให้ละเอียดแล้วนำไปคลุกกับเนื้อไก่ ใส่น้ำมันหอย ซอสมะเขือเทศ เติมน้ำปลาเล็กน้อย หมักไว้ในตู้เย็นให้เข้าเนื้อสัก 1-2 ชั่วโมง
-จากนั้นใส่จานเอาพลาสติกใสหุ้ม แล้วนำไปอบในไมโครเวฟใช้ไฟแรง นานประมาณ 5-7 นาทีจนเนื้อไก่สุก
อกไก่ 300 กรัม
กระเทียม 4-5 กลีบ
รากผักชี 2 ราก
พริกไทย 5-6 เมล็ด
เกลือ นิดหน่อย
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา
วิธีทำ
-โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยและเกลือให้ละเอียดแล้วนำไปคลุกกับเนื้อไก่ ใส่น้ำมันหอย ซอสมะเขือเทศ เติมน้ำปลาเล็กน้อย หมักไว้ในตู้เย็นให้เข้าเนื้อสัก 1-2 ชั่วโมง
-จากนั้นใส่จานเอาพลาสติกใสหุ้ม แล้วนำไปอบในไมโครเวฟใช้ไฟแรง นานประมาณ 5-7 นาทีจนเนื้อไก่สุก
ต้มข่าไก่

เครื่องปรุง
1 เนื้อไก่ (ส่วนอก) 2-3 อก
2 กะทิส่วนหาง 4/5 ถ้วย
3 หัวกะทิ 1 ถ้วย
4 ตะไคร้ 3-4 ต้น
5 ข่าอ่อน หั่นเป็นแว่นบางๆ 2-3 ช้อนโต๊ะ
6 ใบมะกรูด 8-10 ใบ
7 เกลือนิดหน่อย 1/2 ช้อนชา
8 น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
9 ผักชี ไว้โรยหน้า
10 แครอท ( แล้วแต่ชอบ ป้าชอบเพราะทำให้น้ำแกงหวานดี)
11 น้ำมะนาว ,น้ำพริกเผา แล้วแต่ชอบ ใครชอบเผ็ดก็ทุบพริกขี้หนูสดใส่ไปอีกก็ยังได้
วีธีทำ
1 นำหางกะทิ ใส่หม้อ เข้า แล้วใส่ เครื่อง ข่า,ตะไคร้,ใบมะกรูดใส่เกลือนิดหน่อย แครอทใส่ไปได้เลย ตั้งไฟพอกะทิเดือด ก็ใส่เนื้อ อกไก่ เคียวไปไฟลุมๆ ให้เนื้อไก่ ซึมซับ ความหอม ของเครื่องปรุง และ กลิ่นสมุนไพรไทยเราเสียก่อน
2 พอเรากะว่า เนื้อไก่สุกนิ่มตามความพอใจเราแล้ว ก็ใส่หัวกะทิ ค่อยๆ คนให้หัวกะทิ ผสมกันดี ทีนี้ก็ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำพริกเผา หรือ พริกขี้หนุสด ทุบ ก็ว่ากันไป หลังจากนั้นก็โรยผักชีเสียหน่อย ก็ตักใส่ถ้วยไปซด ร้อนๆ อร่อยๆ
ผัดไทยกุ้งสด:STIR-FRIED RICE NOODLE WITH PRAWNS

* กุ้งสด 12 ตัว (ทำความสะอาด, ปอกเปลือก)
* เส้นจันท์ (หรือเส้นเล็ก) 90 กรัม
* ถั่วงอก 50 กรัม
* ใบกุ้ยช่าย 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นให้มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว)
* น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันหอย 6 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขาม 3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำส้มสายชู)
* น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
* หัวไชโป้ว 2 ช้อนโต๊ะ
* ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ
* ไข่ 2 ฟอง
* พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบรสจัด)
* มะนาว 1/2 ลูก
* เส้นจันท์ (หรือเส้นเล็ก) 90 กรัม
* ถั่วงอก 50 กรัม
* ใบกุ้ยช่าย 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นให้มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว)
* น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันหอย 6 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขาม 3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำส้มสายชู)
* น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
* หัวไชโป้ว 2 ช้อนโต๊ะ
* ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ
* ไข่ 2 ฟอง
* พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบรสจัด)
* มะนาว 1/2 ลูก
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. กรณีใช้เส้นชนิดแห้ง ให้นำเส้นไปแช่น้ำธรรมดา (อุณหภูมิห้อง) ประมาณ 30 นาที
2. ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กุ้งลงไปผัดจนเริ่มสุก ตอกใส่ไข่ลงไปในกระทะ ใช้ตะหลิวเขี่ยให้ไข่แดงแตก พอไข่เริ่มสุก ใส่เส้น, น้ำตาล, ถั่วลิสงและ หัวไชโป้ว ผัดจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมันหอย และน้ำมะขาม (หรือน้ำส้มสายชู) ใส่ถั่วงอก, หัวไชโป้วและพริกป่น (ถ้าชอบรสจัด) ผัดอย่างรวดเร็วให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว ตักใส่จาน จัดแต่งด้วยถั่วงอกสด, พริกป่น, และมะนาว ข้างจาน ควรเสิรฟขณะยังร้อน
(สำหรับ 2 ท่าน)
1. กรณีใช้เส้นชนิดแห้ง ให้นำเส้นไปแช่น้ำธรรมดา (อุณหภูมิห้อง) ประมาณ 30 นาที
2. ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กุ้งลงไปผัดจนเริ่มสุก ตอกใส่ไข่ลงไปในกระทะ ใช้ตะหลิวเขี่ยให้ไข่แดงแตก พอไข่เริ่มสุก ใส่เส้น, น้ำตาล, ถั่วลิสงและ หัวไชโป้ว ผัดจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมันหอย และน้ำมะขาม (หรือน้ำส้มสายชู) ใส่ถั่วงอก, หัวไชโป้วและพริกป่น (ถ้าชอบรสจัด) ผัดอย่างรวดเร็วให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว ตักใส่จาน จัดแต่งด้วยถั่วงอกสด, พริกป่น, และมะนาว ข้างจาน ควรเสิรฟขณะยังร้อน
(สำหรับ 2 ท่าน)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
