วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย


ส่วนประกอบ :

1. เนื้อไก่ 100 กรัม

2. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
3. พริกไทย 1 ช้อนชา

4. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

6. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ :

1. นำไก่หมักกับน้ำมันหอย พริกไทย 1/2 ชม.
2. นำกระเทียมเอาไปเจียวกับน้ำมันให้หอมอีกครั้งแล้วยกออก

3. นำไก่ลงไปทอดให้สุก ยกลงแล้วนำกระเทียมเจียว ผักชี ต้นหอม โรยหน้า

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

แกงไก่ใส่หน่อไม้




เครื่องปรุง


เนื้ออกไก่ 300 กรัม


หน่อไม้ซอยหั่นเส้น 1 กระป๋อง


น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ


ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 1 ½ ช้อนโต๊ะ


น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ


ใบโหระพา ¼ ถ้วย


ใบมะกรูด 5 ใบ


พริกสด 2 เม็ด


วิธีทำ


1. นำเนื้อไก่มาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอดีคำ


2. เปิดเตาที่ไฟแรง นำน้ำเปล่าใส่หม้อประมาณ 3 ถ้วย รอจนน้ำเดือด นำหน่อไม้เส้นลงไปต้มประมาณ 15 นาที


3. เทน้ำที่ต้มหน่อไม้ทิ้ง เปิดน้ำล้างอีกที สะเด็ดน้ำและพักไว้ จากนั้น นำใบโหระพา ใบมะกรูด และพริกสดไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วเด็ดใบโหระพาเป็นใบๆ ฉีกใบมะกรูดเอาเส้นกลางใบออก และหั่นพริกเฉียงๆ พักไว้


4. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำหัวกะทิใส่ลงในหม้อประมาณ ½ ถ้วย (ไม่ต้องคนกะทิก่อนเทนะคะ จะได้ส่วนบนเป็นหัวกะทิ) รอจนหัวกะทิเดือดก็ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไป ผัดให้น้ำพริกกับกะทิเข้ากัน รอจนกะทิแตกมัน (หมั่นคนเป็นระยะนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวก้นจะไหม้)


5. เมื่อกะทิแตกมันได้ที่แล้วจึงใส่เนื้อไก่ที่หั่นไว้ลงไป ผัดจนไก่สุก ทะยอยเติมกะทิที่เหลือลงไปครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะประมาณ 3 ครั้ง


6. นำหน่อไม้เส้นที่ต้มแล้วลงไป คนให้เข้ากัน ใส่กะทิที่เหลือลงไปจนหมด ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย จากนั้น รอจนกะทิเดือดอีกครั้ง จึงใส่ใบมะกรูด ใบโหระพา และพริกหั่นลงไป คนให้เข้ากัน ปิดเตาและยกลง
7. ตักแกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ใส่ชาม จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ
Tip: อาจจะเปลี่ยนจากเนื้อไก่ไปใช้เนื้อหมูหรือเนื้อวัวแทนก็ได้ ตามความชอบค่ะ

หมูหวาน+ข้าวคลุกกะปิ




เครื่องปรุง


เนื้อหมูสามชั้น 350 กรัม


ซีอิ้วขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ


ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา


ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา


น้ำตาลปึก 3 ½ ช้อนโต๊ะ


หัวหอมแดง 3 หัว


น้ำเปล่า ½ ถ้วย


วิธีทำ


1. นำเนื้อหมูมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนหัวหอมแดงปลอกเปลือกแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้น ซอยบางๆ พักไว้


2. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำน้ำเปล่าใส่หม้อต้มให้เดือด ใส่เนื้อหมูลงไป พอเนื้อหมูเริ่มสุกให้ใส่เครื่องปรุงคือ ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว และซอสปรุงรสลงไป


3. คนเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้ากัน และเคี่ยวหมูไปประมาณ 30 นาทีโดยใช้ไฟอ่อนจนหมูนุ่ม


4. เมื่อหมูเริ่มนุ่มแล้วให้ใส่น้ำตาลปึกลงไป คนให้น้ำตาลละลายและเคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 15 นาที จากนั้น ใส่หัวหอมแดงซอยลงไป


5. คนให้เข้ากัน จากนั้นก็ปิดเตา เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวคลุกกะปิได้เลยค่ะ




Tip: น้ำตาลปึกควรจะใส่ทีหลังเครื่องปรุงอื่นๆ ก็เพราะว่าถ้าใส่น้ำตาลเร็วเกินไป น้ำตาลจะไปรัดเนื้อหมูจะทำให้เนื้อหมูแข็งได้




ข้าวคลุกกะปิ


เครื่องปรุงข้าวสวย 4 ถ้วย


กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ


กระเทียมกลีบใหญ่สับละเอียด 4-5 กลีบ


น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องเคียง


ไข่ไก่ 2 ฟองซีอิ้วขาว ½ ช้อนชา


แอ๊ปเปิ้ลเขียวลูกเล็ก 1 ลูก


หัวหอมแดง 3 หัว


กุ้งแห้งทอด ¼ ถ้วย


พริกสด 2 เม็ด


มะนาว 1 ลูก


ถั่วฝักยาว 8 ฝัก


วิธีผัดข้าว


1. ตั้งกะทะที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกระเทียมสับลงไปเจียวจนเริ่มเหลืองและหอม


2. ใส่กะปิลงไปผัดกับกระเทียม พอกะปิเริ่มละลายให้นำข้าวสวยที่เตรียมไว้ลงไปผัด (แบ่งข้าวเป็น 2 ส่วนนะคะ เวลาคลุกข้าวกับกะปิจะได้คลุกทั่วกันง่าย)


3. ผัดข้าวกับกะปิจนกะปิคลุกกับข้าวจนทั่ว ปิดเตา ยกลงและพักไว้


วิธีเตรียมเครื่องเคียง:ไข่ฝอย


1. ตอกไข่ใส่ชาม ตีไข่ให้เข้ากัน (ไม่ต้องตีให้ขึ้นฟูมาก) ใส่ซีอิ้วขาวลงไปแล้วตีให้เข้ากันซักพัก จากนั้น ตั้งกระทะที่ไฟแรง ใส่น้ำมันลงไปประมาณ ½ ช้อนโต๊ะ กลิ้งกระทะให้น้ำมันเคลือบกระทะจนทั่ว เมื่อกระทะร้อนได้ที่แล้วให้เทไข่ลงไป รีบเอียงกระทะให้ไข่กลิ้งไปจนทั่วกระทะ


2. ทิ้งไว้ซักพักจนขอบของไข่เริ่มล่อนออกจากกระทะแล้วก็ให้เริ่มม้วนไข่จนหมดแล้วตักขึ้นพักไว้


3. นำไข่ที่ได้ไปหั่นเป็นฝอยๆ แล้วพักไว้




กุ้งแห้ง


ทอดตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกุ้งแห้งลงไปทอดจนกุ้งแห้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลก็ตักขึ้นพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน


ผักต่างๆ


1. ปลอกเปลือกหัวหอมแดง เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด ซอยหัวหอมแดงบางๆ ซอยพริกให้ละเอียด และหั่นมะนาวเป็นซีกเตรียมไว้


2. นำแอ๊ปเปิ้ลเขียวและถั่วฝักยาวมาล้างให้สะอาด ปลอกเปลือกแอ๊ปเปิ้ลเขียว ฝานบางๆ แล้วซอยเป็นเส้นๆ นำไปแช่ในน้ำเย็นผสมเกลือป่นประมาณ ½ ช้อนชา ประมาณ 5 นาทีแล้วนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าและสะเด็ดน้ำออกเพื่อไม่ให้แอ๊ปเปิ้ลดำง่าย


3. นำถั่วฝักยาวมาตัดหัวตัดท้ายออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้น นำผักต่างๆ มาจัดใส่จานพร้อมเครื่องเคียงอื่นๆ เตรียมไว้สำหรับเสิร์ฟ


วิธีเสิร์ฟตักข้าวใส่จาน วางเครื่องเคียงต่างๆ ได้แก่ ไข่ฝอย กุ้งแห้งทอด แอ๊ปเปิ้ลซอย หอมแดงซอย ถั่วฝักยาวซอย และตักหมูหวานใส่ถ้วยเล็กๆ หรือจะราดลงไปบนข้าวเลยก็ได้ แล้วแต่ความชอบ จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ขนมครก


Ingredients (ส่วนผสม)

แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวขาวธรรมดา) อย่างดี 1/2 กิโลกรัม

หางกะทิสด 2 1/2 กิโลกรัม

น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลมะพร้าว) 2 ช้อนโต๊ะ


Method (วิธีทำ)

1. นำแป้งข้าวเจ้าเทลงภาชนะ ค่อยๆ เติมหางกะทิเบื้องต้นประมาณ 200 cc. คนแป้งกับหางกะทิให้เข้ากัน ถ้าแห้งไปค่อยๆ เติม และนวดจนกว่าเนื้อแป้งทั้งหมดจะเป็นก้อน มีความนิ่มของเนื้อแป้งกับหางกะทิพอประมาณ จากนั้นตักแบ่งออกไว้ต่างหาก 2 ช้อนโต๊ะ

2. นำแป้งที่เหลือนวดเข้าด้วยกันกับน้ำตาลปี๊บ โดยนำเนื้อแป้งค่อยๆ ผสมกับน้ำตาล และเหยาะหางกะทิลงไปพร้อมๆ กัน แล้วค่อยๆ นวดให้เนื้อแป้งเข้ากับน้ำตาลและหางกะทิ จนได้เนื้อแป้งผสมกับน้ำตาลปี๊บและหางกะทิจนเป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมหยอดเป็นเนื้อขนมครกส่วนแรก


Ingredients (ส่วนผสม)

หน้าขนมครก

แป้งขนมครกที่นวดและแบ่งไว้ในส่วนที่ 1 2 ช้อนโต๊ะ

หัวกะทิสด 1 กิโลกรัม

น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม

เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ


Method (วิธีทำ)

1. นำเนื้อแป้งที่แบ่งไว้ใส่ลงในภาชนะแล้วละลายให้เข้ากับหัวกะทิ พร้อมใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันจนเป็นส่วนผสมเดียวกัน ส่วนผสมนี้ใช้เป็นหน้าขนมครก


วิธีหยอดขนมครก

1. ติดไฟใส่เตา (ใช้เตาถ่านขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางพอๆ กับเบ้าขนมครก) เมื่อถ่านในเตาติดไฟจนแดงหมดทุกก้อน (ควรใช้ถ่านก้อนเล็กๆ) นำเบ้าขนมครกตั้งบนเตา ใช้ลูกประคบชุบน้ำมันหมู เช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าจนควันขึ้นอ่อนๆ นำลงจากเตาแล้วให้นำขี้เถ้าโรยบนเตาจนไม่เห็นก้อนถ่านจนทั่ว

2. นำเบ้าขนมครกตั้งไฟอีกครั้ง เช็ดน้ำมันออกจนเบ้าสะอาดแต่ยังมีน้ำมันเกาะอยู่ในเบ้า

3. พอร้อนได้ที่ ตักเนื้อขนมครกส่วนแรกหยอดลงเบ้า ก่อนตักให้คนเนื้อขนมครกที่เป็นแป้งละลายหางกะทิเสียก่อน เพราะเนื้อแป้งอาจนอนก้น การหยอดให้หยอดไป 3 ใน 5 ของเบ้า

4. จากนั้นหยอดส่วนที่เป็นหน้าขนมครกอีก 2 ใน 5 หรือจนเต็มพอดีกับเบ้าขนมครก เสร็จแล้วปิดฝาคอยจนเนื้อขนมครกสุก


แต่ถ้าเราต้องการใส่หน้าต่างๆ เช่น ต้นหอม ข้าวโพด มันต้ม เผือกต้ม ฝอยทอง หรืออื่นๆ ให้หยอดหลังจากหยอดเนื้อที่เป็นหน้าขนมครกส่วนที่ 2 นี่เอง


สูตรนี้จะใช้เตาถ่านและน้ำมันหมู เพื่อรสและกลิ่นของขนมครกที่ลงตัวจนเป็นสูตรเฉพาะตัวที่หลายคนติดใจ แต่ถ้าไม่สะดวกจะปรับแต่งเป็นเตาแก๊สหรือใช้น้ำมันพืชตามความสะดวกของท่านก็ได้

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน


เครื่องปรุง

๐ เนื้อหมูสับ 1/2 กิโลกรัม

๐ แผ่นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1 กิโลกรัม

๐ ซีอิ๋วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

๐ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

๐ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

๐ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

๐ รสดี รสหมู 2 ช้อนโต๊ะ

๐ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

๐ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

๐ แครอทหั่น (สี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 3 1/4 ถ้วยตวง

๐ โหระพา 7 กิ่ง

๐ เห็ดหอมส่วนดอกแช่น้ำ (หั่นเส้นกว้าง 1 ซ.ม.) 1/4 ถ้วยตวง

๐ เห็ดหูหนูสดหั่น (เท่าไม้ขีดไฟ) 1/2 ถ้วยตวง

๐ ไชโป๊วหวานสับหยาบ 1/4 ถ้วยตวง

๐ ผักชีไทย 5 ต้น

๐ ผักกาดหอม


วิธีทำไส้

1. หมักหมูกับซีอิ๋วขาว รสดี พริกไทย และน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน หมักไว้อย่างน้อย 15 นาที

2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อน นำหมูที่หมักไว้ลงผัดพอสุก ใส่ซอสปรุงรส น้ำมันหอย และรสดี รสหมูที่เหลือผัดเคล้าให้ทั่ว ใส่เห็ดหูหนู เห็ดหอม ไชโป๊ว และแครอท ผัดต่อจนเข้ากัน ชิมรสออกเค็มหวานเล็กน้อย ผัดจนน้ำแห้ง ตักใส่จานพักไว้ให้เย็น


วิธีเตรียมแป้งก๋วยเตี๋ยวและผัก

1. แผ่นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ 1 กก. ขนาดกว้าง 12x16 นิ้ว

2. ตั้งลังถึงให้น้ำเดือดพล่าน นำแผ่นก๋วยเตี๋ยว ทั้งแผ่นใส่ถาดนึ่งประมาณ 10 นาที ยกลงปล่อยให้เย็น

3. ผักกาดหอมตัดเส้นกลางใบออก แล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมขนาด 1 1/2 x 1 1/2 นิ้ว ประมาณ 1 ต้นใหญ่

4. โหระพา 7 กิ่ง เด็ดเป็นใบๆ

5. ผักชีต้นใหญ่ 5 ต้น เด็ดเป็นช่อสั้นๆ


วิธีการห่อ


1. เลือกถุงพลาสติกขนาดใหญ่กว่าแผ่นก๋วยเตี๋ยว นำมาตัดขอบออกเป็นแผ่นใหญ่ วางถุงพลาสติกคลี่ออกบนโต๊ะที่ทำสะอาดเรียบร้อย

2. นำแผ่นก๋วยเตี๋ยวที่นึ่งแล้วมาพับครึ่ง ขนาด 12 x 18 นิ้ว ตัดตรงปลายออก 4 นิ้ว จะได้ขนาด 8 x 8 นิ้ว ทำห่อแบบปอเปี๊ยะทอดจะได้ 10 ชิ้น


การห่อแบบปอเปี๊ยะ


วางแป้งลงบนแผ่นพลาสติก วางผักกาดหอมลงตรงกลาง ให้เหลือริมแป้งไว้ด้านละ 2 นิ้ว วางเรียงไส้ตามลำดับ คือ ผักกาดหอม โหระพา ผักชี วางให้เสมอใบผักกาด ตักไส้ที่ผัดไว้ใส่พอประมาณเกลี่ยให้ทั่ว พับแป้งด้านข้างทั้ง 2 ด้านมาทับบนไส้ แล้วพับแป้งด้านล่างขึ้นทับพร้อมกับลอกแผ่นพลาสติก ค่อยๆม้วนให้แน่น (แบบข้าวห่อสาหร่าย) วางเรียงบนจานเสิร์ฟ 2-3 แท่ง แล้วแต่ความต้องการ ใช้มีดหั่นตามขวางพอคำ เพื่อสะดวกในการรับประทาน


เครื่องปรุงน้ำจิ้ม

๐ พริกขี้หนูสวนสีเขียวซอย 20 เม็ด

๐ พริกขี้หนูแบบยาวสีเขียวซอย 10 เม็ด

๐ กระเทียมกลีบเล็กหั่นหยาบๆ 20 กลีบ

๐ ใบโหระพาซอยหยาบๆ 1/2 ถ้วยตวง

๐ น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง

๐ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

๐ น้ำเชื่อม (น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง ต้มจนน้ำละลาย พักให้เย็น)


วิธีทำน้ำจิ้ม


ปั่นกระเทียม ใบโหระพา พริกขี้หนูทั้งหมดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ในชาม เติมน้ำเชื่อม เกลือ คนให้เกลือละลาย ชิมรสเปรี้ยวเค็มหวาน


** น้ำจิ้มสามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ โดยใส่ขวดแก้วแช่ในตู้เย็น รุ่งขึ้นน้ำจิ้มจะเข้มข้น ไม่มีกลิ่นใบโหระพา รวมทั้งใช้เป็นน้ำจิ้มอาหารทะเล นึ่ง ย่างได้ด้วย

เมี่ยงปลาทู



ส่วนผสม


ปลาทูทอด 2 ตัว


เส้นขนมจีน 300 กรัม


น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ


พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ


น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ


น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา


กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ


ผักกาดหอม, ต้นหอม, ผักชี




วิธีทำ
-
โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอหยาบ ตักใส่ภาชนะ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ
- จัดเสริฟโดยวางเส้นขนมจีน และปลาทูทอดบนผักกาดหอม ราดน้ำยำ รับประทานเป็นคำ แกล้มด้วยต้นหอม ผักชี

หมูย่าง+ปิ้ง หมักพริกแกงพะแนง


ส่วนผสม


หมูเนื้อแดงติดมันบ้าง 500 กรัม

กะทิกล่อง (250 กรัม) 1 กล่อง

น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา


วิธีทำ


1. นำน้ำพริกแกงที่โขลกไปผัดกับกะทิจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ ยกขึ้นพักไว้ให้เย็น

2. ล้างเนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำเครื่องแกงที่ผัดปรุงรสแล้วมาหมักกับเนื้อหมูประมาณ 1 ชั่วโมง หมักไว้ในตู้เย็น จึงนำออกมาเสียบไม้แล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆ จนหมูสุกทั้งสองด้าน


ส่วนผสมน้ำพริกแกง


พริกขี้หนูแห้งเด็ดขั้วแช่น้ำจนนิ่ม 20 เม็ด

หอมแดงปอกเปลือก 3 หัว

กระเทียมแกะเปลือก 1 หัว

ตระไคร้หั่นฝอย 2 ต้น

กะปิดีเผาไฟ 1 ช้อนชา

ยี่หร่าคั่วป่น 1 ช้อนชา

รากผักชี 3 ราก

พริกไทยเม็ด 10 เม็ดลูก

ผักชีคั่วป่น 2 ช้อนชา

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา


วิธีทำ


นำเครื่องปรุงทั้งหมดโขลกให้ละเอียด